ตึกสตง

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณี ตึกสตง. ถล่ม บริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ออกแบบโครงสร้างอาคาร ได้ออกแถลงการณ์โต้แย้งผลการสอบสวนที่ระบุว่าการออกแบบและก่อสร้างไม่เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงประเด็นคอนกรีตไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรม การออกมาตอบโต้ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยผลการสอบสวนเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ซึ่งสร้างความสับสนและตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้

ไมนฮาร์ทแถลงการณ์ตึกสตง. สะเทือนผลสอบรัฐบาล ยืนกรานความถูกต้องของการออกแบบ

หลังจากผลการสอบสวนกรณี ตึกสตง. ถล่ม ได้ถูกเปิดเผยโดยนายกรัฐมนตรีว่าการออกแบบและก่อสร้างอาคารไม่ได้มาตรฐานและผิดกฎหมาย บริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้ออกแบบโครงสร้างอาคาร ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าว บริษัทฯ ยืนยันว่าการออกแบบโครงสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ดำเนินการตามมาตรฐานสากลทางวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด รวมถึงเป็นไปตามกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างสมบูรณ์ ไมนฮาร์ทเน้นย้ำถึงกระบวนการออกแบบที่ผ่านการพิจารณาและตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้างที่มีประสบการณ์สูง โดยมีการใช้โปรแกรมคำนวณและแบบจำลองโครงสร้างที่ทันสมัย เพื่อให้มั่นใจในความแข็งแรงและเสถียรภาพของอาคารสูงสุด การแถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสาธารณะอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ การกำหนดค่าความปลอดภัย (safety factor) ไปจนถึงการออกแบบระบบโครงสร้างที่สามารถรองรับแรงกระทำต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นแรงลม แรงสั่นสะเทือน หรือน้ำหนักบรรทุกตามมาตรฐาน บริษัทฯ ยังชี้แจงว่าแบบแปลนโครงสร้างที่ส่งมอบให้แก่ผู้รับเหมานั้นมีความชัดเจน ครบถ้วน และถูกต้องตามหลักวิศวกรรมทุกประการ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าความบกพร่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากความผิดพลาดในการออกแบบอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง การออกแถลงการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นการท้าทายผลการสอบสวนของภาครัฐโดยตรง และส่งผลให้เกิดคำถามใหม่ๆ เกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของการถล่มของอาคารสำนักงานแห่งนี้ ใครคือผู้รับผิดชอบที่แท้จริงในเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและต้องการความกระจ่างอย่างเร่งด่วน

ตึกสตง

ตึกสตง.  เจาะลึกมาตรฐานวิศวกรรมและความรับผิดชอบ ใครต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรม?

โศกนาฏกรรม ตึกสตง. ถล่ม ได้จุดชนวนให้เกิดข้อถกเถียงและคำถามมากมายเกี่ยวกับมาตรฐานทางวิศวกรรมและความรับผิดชอบของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เมื่อบริษัทผู้ออกแบบโครงสร้างยืนยันว่าได้ดำเนินการตามมาตรฐานสากลและกฎหมายทุกประการ ในขณะที่ผลการสอบสวนของรัฐบาลกลับระบุว่ามีข้อบกพร่องในการออกแบบและก่อสร้าง สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาที่อาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัจจัยเดียว การตรวจสอบมาตรฐานทางวิศวกรรมโครงสร้างตามหลักสากลนั้น ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์น้ำหนักบรรทุกที่กระทำต่ออาคาร การคำนวณแรงต้านทานของโครงสร้าง การเลือกประเภทและขนาดของวัสดุก่อสร้าง เช่น คอนกรีตและเหล็กเส้น รวมถึงการออกแบบรายละเอียดรอยต่อและส่วนประกอบต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างทั้งหมดมีความแข็งแรงและปลอดภัยตามวัตถุประสงค์การใช้งานและสภาพแวดล้อมเฉพาะ การอ้างว่าคอนกรีตไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรมตามที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงนั้น เป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าความบกพร่องของวัสดุนั้นเกิดขึ้นในขั้นตอนใด ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงกระบวนการผสมและเทในหน้างานก่อสร้าง ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีหน่วยงานและผู้รับผิดชอบที่แตกต่างกัน การวิเคราะห์ทางวิศวกรรมจำเป็นต้องมีการทดสอบตัวอย่างคอนกรีตเพื่อหาค่ากำลังอัด (compressive strength) และคุณสมบัติอื่นๆ ตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อยืนยันว่าวัสดุที่ใช้นั้นมีคุณภาพเพียงพอต่อการรับน้ำหนักหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น การถอดบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ยังต้องพิจารณาถึงบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล ตั้งแต่การออกใบอนุญาตก่อสร้าง การตรวจสอบแบบแปลน การควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างในระหว่างดำเนินการ ไปจนถึงการตรวจสอบอาคารเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ หากมีการละเลยหรือความบกพร่องในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ก็อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงเช่นนี้ได้ การหาผู้รับผิดชอบที่แท้จริงจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจต้องพิจารณาจากหลายมิติ ทั้งความรับผิดชอบของผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการก่อสร้างอาคารในอนาคต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีก สังคมคาดหวังให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใสและยุติธรรม เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมารับผิดชอบ และเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม